ลำโพงมีเสียงแตกพร่าหลังโดนน้ำ ทำยังไงดี

โทรศัพท์ยังใช้งานได้ปกติทุกอย่าง แต่พอเปิดเพลงหรือมีสายเข้ามา เสียงจากลำโพงกลับแตกพร่า มีเสียงซ่า หรือรัวๆ คล้ายลำโพงพัง อาการแบบนี้พบได้บ่อยหลังเครื่องโดนน้ำ ไม่ว่าจะตกน้ำ โดนฝนแรงๆ หรือแค่เหงื่อระหว่างออกกำลังกาย และข่าวดีคือส่วนใหญ่ไม่ใช่ความเสียหายถาวรอย่างที่คิด

สาเหตุหลักมักมาจากน้ำเล็กน้อยที่ยังค้างอยู่บริเวณลำโพง ทำให้แผ่นสั่นเสียงทำงานผิดปกติชั่วคราว เมื่อไล่น้ำออกไปได้หมด เสียงก็มักจะกลับมาใสเป็นปกติเอง บทความนี้จะพาไปดูทีละขั้นตอนว่าควรทำอะไรบ้าง และควรเลี่ยงอะไรเด็ดขาด

ทำไมลำโพงถึงมีเสียงแตกพร่าหลังโดนน้ำ

ภายในลำโพงมีแผ่นสั่นบางๆ ที่เรียกว่าไดอะแฟรม ทำหน้าที่สั่นตามคลื่นเสียงเพื่อสร้างเสียงที่เราได้ยิน เมื่อมีหยดน้ำหรือความชื้นเข้าไปเกาะอยู่บนแผ่นนี้ มันจะสั่นสู้กับน้ำแทนที่จะสั่นอย่างอิสระในอากาศตามปกติ ผลลัพธ์คือเสียงที่ออกมาเพี้ยนไป ฟังดูแตก รัว หรือมีเสียงซ่าปนอยู่

อาการนี้ไม่ได้แปลว่าไดอะแฟรมฉีกขาดหรือลำโพงเสียถาวรเสมอไป ส่วนใหญ่แล้วเป็นแค่ปัญหาเชิงกลชั่วคราวจากของเหลวที่ยังค้างอยู่ พอน้ำระเหยหรือถูกไล่ออกไปจนหมด แผ่นสั่นก็จะกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและเสียงจะใสขึ้นเอง

ทดสอบง่ายๆ ก่อนเริ่มแก้ไข

ก่อนลงมือทำอะไร ลองเปิดเสียงเรียกเข้าหรือเปิดเพลงสักเพลงแล้วฟังให้ดีก่อน วิธีนี้จะช่วยให้รู้ว่ากำลังเจอกับปัญหาน้ำค้างจริงๆ หรือเป็นอย่างอื่น

วิธีไล่น้ำออกจากลำโพงให้เสียงกลับมาใส

เมื่อมั่นใจว่าเป็นเรื่องน้ำค้าง ให้เริ่มจากการจัดท่าที่ถูกต้องแล้วใช้แรงสั่นของเสียงช่วยไล่น้ำออกมา วิธีนี้ปลอดภัยและได้ผลกับเครื่องส่วนใหญ่

ไม่ใช่แค่น้ำ ฝุ่นและเศษผงก็ทำให้เสียงแตกได้เหมือนกัน

บางครั้งเสียงแตกพร่าหรือมีเสียงบัซหลังโดนน้ำ ก็ไม่ได้มาจากน้ำล้วนๆ แต่เป็นเพราะฝุ่น เส้นใยผ้า หรือเศษผงที่ติดมากับความชื้นแล้วไปอุดตันช่องลำโพง ทำให้แผ่นสั่นสั่นได้ไม่เต็มที่เช่นกัน

หลังไล่น้ำและปล่อยให้เครื่องแห้งสนิทแล้ว หากยังมีเสียงบัซเบาๆ ลองทำความสะอาดเบาๆ ด้วยแปรงขนนุ่มที่แห้งสนิท ปัดที่ช่องลำโพงจากด้านนอกอย่างเบามือ ไม่กดหรือแหย่เข้าไปในรู วิธีนี้ช่วยเขี่ยฝุ่นที่ค้างอยู่ผิวนอกออกได้โดยไม่เสี่ยงทำให้ตะแกรงลำโพงเสียหาย

สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด

ระหว่างรอให้เสียงกลับมาปกติ มีหลายวิธีที่คนมักเข้าใจผิดว่าช่วยได้ แต่จริงๆ แล้วอาจทำให้อาการแย่ลงหรือเครื่องเสียหายเพิ่ม

เมื่อไหร่ที่ควรพาเครื่องไปร้านซ่อม

หากปล่อยให้เครื่องแห้งสนิทอย่างน้อยหนึ่งคืนในที่มีอากาศถ่ายเทดี และรันรอบไล่น้ำด้วย Eject Pro หลายรอบแล้ว แต่เสียงลำโพงยังคงแตกพร่าหรือมีเสียงบัซอยู่เหมือนเดิม นั่นอาจเป็นสัญญาณว่ามีความเสียหายที่มากกว่าน้ำค้างธรรมดา เช่น ไดอะแฟรมฉีกขาดหรือแผงวงจรเริ่มมีปัญหา

กรณีที่ควรระวังเป็นพิเศษคือถ้าเครื่องโดนน้ำเค็มหรือน้ำสระว่ายน้ำที่มีคลอรีน เพราะแร่ธาตุและสารเคมีเหล่านี้กัดกร่อนวงจรได้เร็วกว่าน้ำจืดมาก แม้เสียงจะดูดีขึ้นบ้างในช่วงแรก ก็ควรพาเครื่องไปให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบภายในโดยเร็ว เพื่อป้องกันสนิมและความเสียหายที่อาจลุกลามในภายหลัง

ดาวน์โหลด Eject Pro แอปฟรีไม่มีโฆษณา แล้วลองรันรอบเป่าเสียงไล่น้ำดูสักครั้ง เผื่อเสียงลำโพงจะกลับมาใสเหมือนเดิมได้ง่ายกว่าที่คิด

ดาวน์โหลดบน App Store

FAQ

ลำโพงแตกพร่าหลังโดนน้ำ กี่วันถึงจะหายเป็นปกติ

ส่วนใหญ่ถ้าเป็นแค่น้ำค้างเล็กน้อย อาการมักดีขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวันหลังไล่น้ำและผึ่งให้แห้งสนิท แต่บางกรณีอาจต้องรันรอบไล่น้ำหลายครั้งในช่วงหนึ่งถึงสองวันกว่าจะหายสนิท

ใช้ไดร์เป่าผมเป่าลำโพงเพื่อไล่น้ำได้ไหม

ไม่ควรทำเด็ดขาด ความร้อนจากไดร์เป่าผมอาจดันไอน้ำให้แทรกลึกเข้าไปในเครื่องมากขึ้นและทำให้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เสียหาย ควรใช้วิธีเป่าเสียงไล่น้ำแทน

แช่โทรศัพท์ในถังข้าวสารช่วยไล่น้ำออกจากลำโพงได้จริงไหม

ไม่จริง ข้าวสารดูดความชื้นได้ช้าและไม่สามารถดึงน้ำที่ค้างอยู่ในช่องลำโพงเล็กๆ ออกมาได้ วิธีที่ได้ผลกว่าคือการเป่าเสียงไล่น้ำร่วมกับการผึ่งลมตามธรรมชาติ

หูฟังหรือ AirPods มีเสียงแตกหลังโดนน้ำ ทำยังไงดี

ใช้หลักการเดียวกันคือหันช่องเสียงลง เปิดเสียงระดับปานกลางเท่านั้น และรันรอบไล่น้ำผ่าน Eject Pro โดยไม่เปิดดังสุดใกล้หูเพื่อป้องกันอันตรายต่อการได้ยิน

ทำไมไล่น้ำหลายรอบแล้วเสียงยังไม่หายแตกพร่า

หากผ่านการไล่น้ำและผึ่งแห้งอย่างทั่วถึงหลายรอบแล้วยังไม่ดีขึ้น อาจมีความเสียหายที่มากกว่าน้ำค้างธรรมดา เช่น ไดอะแฟรมฉีกขาดหรือแผงวงจรมีปัญหา ควรพาเครื่องไปให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ