ลำโพงมีเสียงแตกพร่าหลังโดนน้ำ ทำยังไงดี
โทรศัพท์ยังใช้งานได้ปกติทุกอย่าง แต่พอเปิดเพลงหรือมีสายเข้ามา เสียงจากลำโพงกลับแตกพร่า มีเสียงซ่า หรือรัวๆ คล้ายลำโพงพัง อาการแบบนี้พบได้บ่อยหลังเครื่องโดนน้ำ ไม่ว่าจะตกน้ำ โดนฝนแรงๆ หรือแค่เหงื่อระหว่างออกกำลังกาย และข่าวดีคือส่วนใหญ่ไม่ใช่ความเสียหายถาวรอย่างที่คิด
สาเหตุหลักมักมาจากน้ำเล็กน้อยที่ยังค้างอยู่บริเวณลำโพง ทำให้แผ่นสั่นเสียงทำงานผิดปกติชั่วคราว เมื่อไล่น้ำออกไปได้หมด เสียงก็มักจะกลับมาใสเป็นปกติเอง บทความนี้จะพาไปดูทีละขั้นตอนว่าควรทำอะไรบ้าง และควรเลี่ยงอะไรเด็ดขาด
ทำไมลำโพงถึงมีเสียงแตกพร่าหลังโดนน้ำ
ภายในลำโพงมีแผ่นสั่นบางๆ ที่เรียกว่าไดอะแฟรม ทำหน้าที่สั่นตามคลื่นเสียงเพื่อสร้างเสียงที่เราได้ยิน เมื่อมีหยดน้ำหรือความชื้นเข้าไปเกาะอยู่บนแผ่นนี้ มันจะสั่นสู้กับน้ำแทนที่จะสั่นอย่างอิสระในอากาศตามปกติ ผลลัพธ์คือเสียงที่ออกมาเพี้ยนไป ฟังดูแตก รัว หรือมีเสียงซ่าปนอยู่
อาการนี้ไม่ได้แปลว่าไดอะแฟรมฉีกขาดหรือลำโพงเสียถาวรเสมอไป ส่วนใหญ่แล้วเป็นแค่ปัญหาเชิงกลชั่วคราวจากของเหลวที่ยังค้างอยู่ พอน้ำระเหยหรือถูกไล่ออกไปจนหมด แผ่นสั่นก็จะกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและเสียงจะใสขึ้นเอง
ทดสอบง่ายๆ ก่อนเริ่มแก้ไข
ก่อนลงมือทำอะไร ลองเปิดเสียงเรียกเข้าหรือเปิดเพลงสักเพลงแล้วฟังให้ดีก่อน วิธีนี้จะช่วยให้รู้ว่ากำลังเจอกับปัญหาน้ำค้างจริงๆ หรือเป็นอย่างอื่น
- เลือกเพลงหรือเสียงที่มีทั้งเสียงทุ้มและเสียงแหลม จะได้ยินความผิดปกติชัดขึ้น
- สังเกตว่าช่วงแรกมีเสียงแตกหรือรัว แล้วค่อยๆ เบาลงหรือหายไปเองไหม ถ้าใช่ นั่นคือสัญญาณของน้ำที่กำลังเคลื่อนตัว
- ลองพลิกเครื่องหรือขยับเบาๆ ระหว่างเปิดเสียง ถ้าเสียงเปลี่ยนไปตามการขยับ แสดงว่ายังมีของเหลวอยู่ข้างในแน่นอน
วิธีไล่น้ำออกจากลำโพงให้เสียงกลับมาใส
เมื่อมั่นใจว่าเป็นเรื่องน้ำค้าง ให้เริ่มจากการจัดท่าที่ถูกต้องแล้วใช้แรงสั่นของเสียงช่วยไล่น้ำออกมา วิธีนี้ปลอดภัยและได้ผลกับเครื่องส่วนใหญ่
- ถอดหูฟังหรือปลดการเชื่อมต่อบลูทูธทั้งหมดก่อน เพื่อให้เสียงออกทางลำโพงตัวเครื่องเต็มที่
- ถือโทรศัพท์ในแนวตั้งโดยหันช่องลำโพงลงพื้น ให้แรงโน้มถ่วงช่วยดึงน้ำออกมาทางเดียวกับที่มันเข้าไป
- เปิดระดับเสียงให้ดังพอสมควร เพราะเสียงที่มีแรงสั่นมากพอจะช่วยเขย่าหยดน้ำให้หลุดออกจากไดอะแฟรมได้ดีกว่า
- เปิดแอป Eject Pro แล้วเลือกรอบไล่น้ำ แอปนี้เล่นคลื่นความถี่ที่ปรับจูนมาโดยเฉพาะเพื่อเขย่าน้ำออกจากลำโพงและช่องไมโครโฟน ใช้งานฟรีและไม่มีโฆษณากวนใจ
- ทำซ้ำหลายรอบต่อเนื่องกัน หลายคนต้องรันสองถึงสามรอบขึ้นไปกว่าน้ำจะออกจนหมดและเสียงจะใสขึ้นทีละนิด
- หลังจบแต่ละรอบ ลองเปิดเสียงทดสอบดูอีกครั้งเพื่อเช็คว่าเสียงแตกลดลงหรือหายไปหรือยัง
ไม่ใช่แค่น้ำ ฝุ่นและเศษผงก็ทำให้เสียงแตกได้เหมือนกัน
บางครั้งเสียงแตกพร่าหรือมีเสียงบัซหลังโดนน้ำ ก็ไม่ได้มาจากน้ำล้วนๆ แต่เป็นเพราะฝุ่น เส้นใยผ้า หรือเศษผงที่ติดมากับความชื้นแล้วไปอุดตันช่องลำโพง ทำให้แผ่นสั่นสั่นได้ไม่เต็มที่เช่นกัน
หลังไล่น้ำและปล่อยให้เครื่องแห้งสนิทแล้ว หากยังมีเสียงบัซเบาๆ ลองทำความสะอาดเบาๆ ด้วยแปรงขนนุ่มที่แห้งสนิท ปัดที่ช่องลำโพงจากด้านนอกอย่างเบามือ ไม่กดหรือแหย่เข้าไปในรู วิธีนี้ช่วยเขี่ยฝุ่นที่ค้างอยู่ผิวนอกออกได้โดยไม่เสี่ยงทำให้ตะแกรงลำโพงเสียหาย
สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด
ระหว่างรอให้เสียงกลับมาปกติ มีหลายวิธีที่คนมักเข้าใจผิดว่าช่วยได้ แต่จริงๆ แล้วอาจทำให้อาการแย่ลงหรือเครื่องเสียหายเพิ่ม
- อย่าใช้เข็ม ไม้จิ้มฟัน หรือของแหลมใดๆ แหย่เข้าไปในช่องลำโพงเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ตะแกรงบุบหรือไดอะแฟรมฉีกขาดจนเสียหายถาวร
- อย่าใช้ไดร์เป่าผมหรือความร้อนใดๆ ไล่น้ำ ความร้อนอาจทำให้ไอน้ำแทรกลึกเข้าไปในเครื่องมากขึ้นและทำให้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เสียหาย
- การแช่เครื่องในถังข้าวสารไม่ได้ช่วยไล่น้ำออกจากลำโพงหรือช่องเล็กๆ ภายในเครื่องได้จริง เป็นความเชื่อที่ไม่มีหลักฐานรองรับ
- อย่าเสียบชาร์จเครื่องขณะที่ยังมีความชื้นอยู่ เพราะเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจรและอันตรายต่อทั้งเครื่องและตัวผู้ใช้เอง
- หากทดสอบกับหูฟังหรือ AirPods ให้เปิดเสียงในระดับปานกลางเท่านั้น อย่าเปิดดังสุดใกล้หูเพื่อไล่ความชื้น เพราะอาจกระทบการได้ยินได้
เมื่อไหร่ที่ควรพาเครื่องไปร้านซ่อม
หากปล่อยให้เครื่องแห้งสนิทอย่างน้อยหนึ่งคืนในที่มีอากาศถ่ายเทดี และรันรอบไล่น้ำด้วย Eject Pro หลายรอบแล้ว แต่เสียงลำโพงยังคงแตกพร่าหรือมีเสียงบัซอยู่เหมือนเดิม นั่นอาจเป็นสัญญาณว่ามีความเสียหายที่มากกว่าน้ำค้างธรรมดา เช่น ไดอะแฟรมฉีกขาดหรือแผงวงจรเริ่มมีปัญหา
กรณีที่ควรระวังเป็นพิเศษคือถ้าเครื่องโดนน้ำเค็มหรือน้ำสระว่ายน้ำที่มีคลอรีน เพราะแร่ธาตุและสารเคมีเหล่านี้กัดกร่อนวงจรได้เร็วกว่าน้ำจืดมาก แม้เสียงจะดูดีขึ้นบ้างในช่วงแรก ก็ควรพาเครื่องไปให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบภายในโดยเร็ว เพื่อป้องกันสนิมและความเสียหายที่อาจลุกลามในภายหลัง
ดาวน์โหลด Eject Pro แอปฟรีไม่มีโฆษณา แล้วลองรันรอบเป่าเสียงไล่น้ำดูสักครั้ง เผื่อเสียงลำโพงจะกลับมาใสเหมือนเดิมได้ง่ายกว่าที่คิด
ดาวน์โหลดบน App StoreFAQ
ลำโพงแตกพร่าหลังโดนน้ำ กี่วันถึงจะหายเป็นปกติ
ส่วนใหญ่ถ้าเป็นแค่น้ำค้างเล็กน้อย อาการมักดีขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวันหลังไล่น้ำและผึ่งให้แห้งสนิท แต่บางกรณีอาจต้องรันรอบไล่น้ำหลายครั้งในช่วงหนึ่งถึงสองวันกว่าจะหายสนิท
ใช้ไดร์เป่าผมเป่าลำโพงเพื่อไล่น้ำได้ไหม
ไม่ควรทำเด็ดขาด ความร้อนจากไดร์เป่าผมอาจดันไอน้ำให้แทรกลึกเข้าไปในเครื่องมากขึ้นและทำให้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เสียหาย ควรใช้วิธีเป่าเสียงไล่น้ำแทน
แช่โทรศัพท์ในถังข้าวสารช่วยไล่น้ำออกจากลำโพงได้จริงไหม
ไม่จริง ข้าวสารดูดความชื้นได้ช้าและไม่สามารถดึงน้ำที่ค้างอยู่ในช่องลำโพงเล็กๆ ออกมาได้ วิธีที่ได้ผลกว่าคือการเป่าเสียงไล่น้ำร่วมกับการผึ่งลมตามธรรมชาติ
หูฟังหรือ AirPods มีเสียงแตกหลังโดนน้ำ ทำยังไงดี
ใช้หลักการเดียวกันคือหันช่องเสียงลง เปิดเสียงระดับปานกลางเท่านั้น และรันรอบไล่น้ำผ่าน Eject Pro โดยไม่เปิดดังสุดใกล้หูเพื่อป้องกันอันตรายต่อการได้ยิน
ทำไมไล่น้ำหลายรอบแล้วเสียงยังไม่หายแตกพร่า
หากผ่านการไล่น้ำและผึ่งแห้งอย่างทั่วถึงหลายรอบแล้วยังไม่ดีขึ้น อาจมีความเสียหายที่มากกว่าน้ำค้างธรรมดา เช่น ไดอะแฟรมฉีกขาดหรือแผงวงจรมีปัญหา ควรพาเครื่องไปให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ