ลำโพงมือถือโดนน้ำ แค่เปียกหรือเสียหายจริงกันแน่
ถ้าเสียงจากมือถือคุณอยู่ๆ ก็ฟังเบาลง เบาลง หรือมีเสียงแตกๆ หลังโดนน้ำ ก่อนจะรีบคิดว่าพังแล้วไปควักเงินซ่อม ลองใช้เวลาสัก 5 นาทีทดสอบดูก่อน เพราะกรณีส่วนใหญ่ที่เจอคือแค่มีน้ำเล็กน้อยค้างอยู่บริเวณตะแกรงลำโพง ไม่ใช่วงจรเสียหายอย่างที่กลัว
บทความนี้จะพาคุณทำแบบทดสอบง่ายๆ ที่ทำเองได้ที่บ้าน เพื่อแยกให้ออกว่าอาการที่เจอเป็นแค่น้ำค้างชั่วคราวที่ไล่ออกได้ หรือเป็นสัญญาณของความเสียหายจริงที่ต้องให้ช่างช่วยดู พร้อมขั้นตอนทดสอบซ้ำอย่างปลอดภัยเพื่อให้มั่นใจ
ทำไมต้องแยกให้ออกก่อนว่าแค่เปียกหรือพังจริง
เวลามือถือโดนน้ำ ไม่ว่าจะตกโถส้วม โดนฝนซัด หรือทำหล่นอ่างล้างหน้า อาการที่พบบ่อยที่สุดคือเสียงลำโพงอู้ เบาลง หรือมีเสียงแตกพร่า หลายคนพอได้ยินแบบนี้ก็ตกใจคิดว่าลำโพงพังแล้ว แต่ความจริงคือน้ำเพียงเล็กน้อยที่ค้างอยู่ตรงตะแกรงหรือแผ่นไดอะแฟรมของลำโพงก็ทำให้เสียงเพี้ยนแบบนี้ได้ทั้งนั้น โดยที่ตัวลำโพงเองไม่ได้เสียหายอะไรเลย
การทดสอบก่อนจึงสำคัญมาก เพราะช่วยให้คุณรู้ว่าควรลองไล่น้ำเองที่บ้านก่อน หรือควรพาไปให้ช่างตรวจทันที จะได้ไม่เสียเวลาและเสียเงินโดยไม่จำเป็น มือถือรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ทนน้ำได้ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว ปัญหาที่เจอบ่อยจึงมักเป็นแค่น้ำค้างชั่วคราวที่ไล่ออกได้ ไม่ใช่ความเสียหายถาวร
วิธีทดสอบลำโพงด้วยตัวเองที่บ้าน
เริ่มจากทดสอบฟังเสียงง่ายๆ เหล่านี้ทีละขั้น แล้วสังเกตอาการให้ละเอียด
- เปิดเพลงหรือเสียงทดสอบลำโพง (speaker test tone) ที่ระดับเสียงดังพอสมควร แล้วฟังว่ามีเสียงอู้ แตก หวีด หรือฝั่งใดฝั่งหนึ่งเบากว่าอีกฝั่งไหม
- อัดวอยซ์เมโมพูดใส่ไมค์สักประโยคสองประโยค แล้วเล่นกลับฟังผ่านลำโพง เพื่อเช็คทั้งไมค์และลำโพงไปพร้อมกัน
- ทดสอบทั้งลำโพงภายนอก (loudspeaker) และลำโพงหูฟัง (earpiece) ที่ใช้ตอนแนบหูคุยโทรศัพท์ เพราะบางครั้งน้ำเข้าแค่จุดใดจุดหนึ่ง
- ถ้าเป็นมือถือที่มีลำโพงสเตอริโอ ให้เปรียบเทียบเสียงจากลำโพงบนกับลำโพงล่าง ฟังดูว่าฝั่งไหนเบากว่าหรือเสียงเพี้ยนกว่ากันชัดเจน
- เช็คว่ามีข้อความเตือนแบบ liquid detected หรือ ตรวจพบของเหลวในช่องต่อ ขึ้นมาบนหน้าจอหรือไม่ เพราะเป็นสัญญาณเตือนที่มือถือแจ้งเองเมื่อเซนเซอร์ตรวจพบความชื้น
ถ้ากำลังทดสอบหูฟังหรือ AirPods ที่โดนน้ำมาด้วย ให้เปิดเสียงในระดับปานกลางเท่านั้น เพราะลำโพงอยู่ใกล้หูมาก การเปิดเสียงดังสุดใกล้หูอาจทำให้หูอื้อหรือรำคาญได้
อ่านผลทดสอบยังไง แค่มีน้ำค้าง หรือเสียหายจริง
ถ้าเสียงที่ได้ยินเป็นแบบอู้ แตก หรือเบากว่าปกติ แต่พอลองผึ่งให้แห้งแล้วรันรอบไล่น้ำสักหนึ่งหรือสองรอบ เสียงเริ่มชัดขึ้น ดังขึ้น หรือกลับมาเป็นปกติ นั่นเป็นสัญญาณที่ดีมาก บ่งบอกว่าเป็นแค่น้ำเล็กน้อยที่ค้างอยู่ ไม่ใช่ความเสียหาย
แต่ถ้าลองผึ่งให้แห้งสนิทและรันรอบไล่น้ำซ้ำหลายรอบแล้วเสียงยังคงเพี้ยน แตกพร่า หรือเงียบสนิทเหมือนเดิมไม่ดีขึ้นเลย นั่นอาจเป็นสัญญาณของความเสียหายจริงหรือการกัดกร่อนของชิ้นส่วนภายใน ซึ่งต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจดูอย่างละเอียดต่อไป
ข้อควรรู้อีกอย่างคือ iPhone ไม่มีเมนูทดสอบลำโพงในตัวแบบที่กดเข้าไปเช็คได้ตรงๆ ดังนั้นการฟังเสียงเทียบกันแบบนี้ ร่วมกับวิธีไล่น้ำแล้วทดสอบซ้ำ จึงเป็นวิธีที่เชื่อถือได้ที่สุดที่ทำเองได้ที่บ้าน นอกจากนี้ในถาดใส่ซิมการ์ดของ iPhone ยังมีสติกเกอร์ตรวจจับของเหลวซ่อนอยู่ ถ้าเคยโดนน้ำจนซึมเข้าไปจริง สติกเกอร์นี้จะเปลี่ยนเป็นสีแดง ซึ่งช่างสามารถตรวจดูได้เป็นอีกหนึ่งหลักฐานประกอบ
ขั้นตอนไล่น้ำออกจากลำโพงอย่างปลอดภัยแล้วทดสอบซ้ำ
เมื่อมั่นใจแล้วว่าอาการที่เจอน่าจะเป็นแค่น้ำค้าง ให้ลองทำตามขั้นตอนไล่น้ำอย่างปลอดภัยดังนี้
ใช้ผ้าแห้งนุ่มเช็ดน้ำที่ผิวนอกตัวเครื่องให้แห้งก่อน จากนั้นถือมือถือโดยหันด้านที่มีลำโพงคว่ำลงพื้นเล็กน้อย เปิด Eject Pro แล้วเลือกรันรอบไล่น้ำที่เหมาะกับจุดที่มีน้ำ ไม่ว่าจะเป็นลำโพงภายนอก ลำโพงหูฟัง หรือไมโครโฟน แอปจะปล่อยคลื่นความถี่เสียงที่คำนวณมาเฉพาะเพื่อสั่นไล่หยดน้ำออกจากตะแกรงลำโพงอย่างนุ่มนวล หลังรันจบให้วางเครื่องผึ่งลมในที่อากาศถ่ายเทสักครู่ให้แห้งสนิทตามธรรมชาติ
จากนั้นกลับมาทดสอบฟังเสียงซ้ำแบบเดิมอีกครั้งเทียบกับผลก่อนหน้า หากยังฟังดูอู้อยู่บ้าง สามารถรันรอบไล่น้ำซ้ำได้อีกสองสามรอบ คั่นด้วยการผึ่งแห้งแต่ละรอบ ก่อนจะสรุปผลว่าเสียงดีขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ดีขึ้นเลย
สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างทดสอบและไล่น้ำ
ระหว่างขั้นตอนนี้มีข้อควรระวังที่ช่วยป้องกันไม่ให้เครื่องเสียหายเพิ่มโดยไม่ตั้งใจ
- อย่าใช้เข็ม ไม้จิ้มฟัน หรือของแหลมใดๆ แหย่เข้าไปในรูตะแกรงลำโพงเพื่อ เขี่ย น้ำออก เพราะอาจทำให้ตะแกรงเสียรูปหรือดันน้ำเข้าลึกกว่าเดิม
- อย่าเสียบชาร์จเครื่องขณะที่ยังเปียกหรือชื้นอยู่ เพราะน้ำกับไฟฟ้าเป็นความเสี่ยงที่อันตรายและอาจทำให้วงจรเสียหายเพิ่ม ให้รอจนเครื่องแห้งสนิทก่อนเสียบชาร์จเสมอ
- อย่าใส่เครื่องในถังข้าวสาร วิธีนี้เป็นความเชื่อที่แพร่หลายแต่ไม่ได้ผลจริงตามหลักการ และเม็ดข้าวสารบางเม็ดยังอาจหลุดเข้าไปอุดช่องเสียบต่างๆ เพิ่มปัญหาใหม่โดยไม่จำเป็น
- อย่าใช้ไดร์เป่าผม เครื่องเป่าลมร้อน หรือแหล่งความร้อนใดๆ อบเครื่อง เพราะความร้อนอาจทำอันตรายต่อแบตเตอรี่และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในได้
- อย่าเปิดเสียงดังสุดใกล้หูซ้ำๆ ตอนทดสอบหูฟังหรือ AirPods เพื่อความปลอดภัยของการได้ยิน ให้ใช้ระดับเสียงปานกลางพอฟังออกก็เพียงพอ
เมื่อไรควรพาไปให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจ
หากผึ่งเครื่องให้แห้งสนิทแล้ว รันรอบไล่น้ำซ้ำหลายรอบแล้ว แต่เสียงยังคงเพี้ยน แตกพร่า หรือเงียบสนิทไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลย นั่นเป็นสัญญาณว่าอาจมีความเสียหายจริงเกิดขึ้นแล้ว ควรพาเครื่องไปให้ศูนย์บริการหรือช่างที่ไว้ใจได้ตรวจสอบภายในอย่างละเอียด
กรณีที่เครื่องเคยโดนน้ำทะเล น้ำสระว่ายน้ำ หรือของเหลวที่มีสารเคมีปนอยู่ ควรพาไปตรวจกับผู้เชี่ยวชาญโดยเร็วแม้เสียงจะยังฟังปกติดีอยู่ก็ตาม เพราะเกลือและคลอรีนสามารถกัดกร่อนชิ้นส่วนโลหะภายในได้ช้าๆ โดยไม่แสดงอาการทันที การให้ช่างทำความสะอาดคราบสารเคมีอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความเสียหายระยะยาวได้มาก
ดาวน์โหลด Eject Pro ฟรีจาก App Store วันนี้ แล้วลองรันรอบไล่น้ำดูสักครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าลำโพงของคุณแค่เปียก ไม่ใช่เสียหายจริง
ดาวน์โหลดบน App StoreFAQ
ลำโพงมือถือโดนน้ำแล้วเสียงจะเป็นยังไง
ส่วนใหญ่จะได้ยินเสียงอู้ เบาลงกว่าปกติ มีเสียงแตกพร่าหรือหวีดเวลาเปิดเสียงดัง หรือบางฝั่งเบากว่าอีกฝั่งอย่างชัดเจน อาการเหล่านี้มักเกิดจากน้ำเล็กน้อยที่ค้างอยู่ตรงตะแกรงลำโพง ไม่ใช่ความเสียหายถาวรเสมอไป
ลำโพงเปียกน้ำใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะกลับมาปกติ
ถ้าเป็นแค่น้ำค้างเล็กน้อย มักดีขึ้นได้ตั้งแต่หลังรันรอบไล่น้ำครั้งแรกร่วมกับผึ่งแห้งสักครู่ บางกรณีอาจต้องรันซ้ำสองถึงสามรอบคั่นด้วยการผึ่งแห้งจึงจะกลับมาชัดเจนเต็มที่
ใส่ข้าวสารช่วยไล่น้ำในลำโพงได้จริงไหม
ไม่ได้ผลจริงตามหลักการ ข้าวสารดูดความชื้นได้ช้ามากและไม่ช่วยดันน้ำที่ค้างอยู่ในตะแกรงลำโพงออกมา แถมเม็ดข้าวยังอาจหลุดเข้าไปอุดช่องต่างๆ เพิ่มปัญหาโดยไม่จำเป็น
เป่าลมร้อนหรือไดร์เป่าผมช่วยไล่น้ำในลำโพงได้ไหม
ไม่ควรทำเด็ดขาด ความร้อนจากไดร์เป่าผมอาจทำอันตรายต่อแบตเตอรี่และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่อง วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือผึ่งลมตามธรรมชาติร่วมกับการรันรอบไล่น้ำด้วยคลื่นเสียง
iPhone มีเมนูทดสอบลำโพงในตัวไหม
ไม่มีเมนูทดสอบลำโพงแบบกดเข้าไปเช็คตรงๆ ในตัวเครื่อง วิธีที่เชื่อถือได้ที่สุดคือการฟังเสียงเทียบก่อนและหลังไล่น้ำ ร่วมกับสังเกตสติกเกอร์ตรวจจับของเหลวในถาดซิมที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงหากเคยโดนน้ำซึมเข้าไปจริง