มือถือโดนกาแฟ น้ำอัดลม หรือน้ำผลไม้หกใส่ ทำอย่างไรดี
ถ้วยกาแฟล้มใส่มือถือ หรือแก้วน้ำอัดลมหกรดเครื่องตอนนั่งกินข้าวกับเพื่อน ความรู้สึกแรกคือใจหายวูบ แต่สิ่งที่ตามมาสำคัญกว่านั้นมาก เพราะของเหลวที่ไม่ใช่น้ำเปล่าอย่างกาแฟ ชา น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เบียร์ ไวน์ หรือแม้แต่นม มีน้ำตาลและกรดปนอยู่ ซึ่งพอแห้งแล้วจะทิ้งคราบเหนียวที่นำไฟฟ้าและกัดกร่อนชิ้นส่วนภายในได้แม้เครื่องจะดูแห้งสนิทแล้วก็ตาม
ข่าวดีคือถ้าตั้งสติและทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว โอกาสที่เครื่องจะรอดและกลับมาใช้งานได้ปกติมีสูงมาก บทความนี้จะพาไปทีละขั้น ตั้งแต่สิ่งที่ต้องทำทันที การเช็ดคราบอย่างปลอดภัย ไปจนถึงการใช้แอปอย่าง Eject Pro ช่วยไล่ของเหลวและเศษคราบที่ค้างอยู่ในลำโพงออกมา พร้อมบอกชัดๆ ว่าอะไรที่ไม่ควรทำเด็ดขาด
ทำไมกาแฟ น้ำหวาน หรือน้ำผลไม้ถึงร้ายกว่าน้ำเปล่า
น้ำเปล่าที่หกใส่เครื่องแล้วเช็ดแห้งทันเวลา ส่วนใหญ่จะระเหยไปเองโดยไม่ทิ้งร่องรอย แต่เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือกรดเป็นส่วนผสมนั้นต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เมื่อน้ำระเหยออกไป น้ำตาลและกรดจะไม่หายไปด้วย แต่จะตกตะกอนเป็นคราบเหนียวเคลือบอยู่ตามหน้าสัมผัสของแผงวงจร ขั้วต่อ และช่องลำโพง
- คราบเหนียวนี้นำไฟฟ้าได้ จึงเสี่ยงทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้แม้เครื่องแห้งแล้วหลายวัน
- น้ำตาลและกรดกัดกร่อนโลหะและหน้าสัมผัสอย่างช้าๆ อาการมักไม่แสดงทันทีแต่จะค่อยๆ แย่ลงในอีกไม่กี่วันหรือหลายสัปดาห์ถัดมา
- นมหรือน้ำผลไม้ที่ตกค้างยังทำให้เกิดกลิ่นเปรี้ยวและเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียได้ด้วย
ตั้งสติและลงมือทันทีในนาทีแรก
ความเร็วในช่วงแรกมีผลมากต่อผลลัพธ์สุดท้าย ยิ่งของเหลวมีน้ำตาลอยู่นาน คราบก็ยิ่งเกาะแน่นและซึมลึกมากขึ้น
- ถ้าหกโดนเยอะหรือเครื่องเปียกชุ่ม ให้ปิดเครื่องทันที เพื่อลดความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจรขณะยังมีกระแสไฟไหลอยู่
- ถอดปลั๊กชาร์จหรือสายใดๆ ที่เสียบอยู่ทันที
- ถอดเคสออกเพราะเคสมักเก็บของเหลวไว้ใต้เคสโดยไม่รู้ตัว
- ดันถาดซิมออกเพื่อให้อากาศเข้าไปช่วยระบายความชื้นในช่องนั้นได้เร็วขึ้น
เช็ดคราบให้ถูกวิธี ก่อนที่มันจะแห้งติดแน่น
ข้อนี้อาจฟังดูแปลก แต่เป็นหนึ่งในไม่กี่กรณีที่การเติมน้ำสะอาดเล็กน้อยดีกว่าปล่อยให้ของเหลวเดิมแห้งคาอยู่ เพราะเป้าหมายตอนนี้คือการล้างน้ำตาลและกรดออกจากผิวเครื่อง ไม่ใช่แค่เช็ดของเหลวทิ้ง
- ใช้ผ้าเนื้อนุ่มชุบน้ำสะอาดให้หมาดมากๆ เช็ดตัวเครื่อง หน้าจอ และขอบรอบนอกเบาๆ เพื่อล้างคราบเหนียวออก
- ห้ามนำเครื่องไปแช่หรือล้างใต้ก๊อกน้ำโดยตรงเด็ดขาด แม้จะเป็นรุ่นกันน้ำก็ตาม
- ห้ามใช้แอลกอฮอล์เช็ดหน้าจอ เพราะจะทำลายสารเคลือบกันรอยนิ้วมือบนกระจก
- ห้ามใช้น้ำยาทำความสะอาดในบ้านหรือสเปรย์ลมอัดแรงดันสูงเป่าเข้าไปในช่องต่างๆ เพราะอาจดันของเหลวให้ไหลลึกเข้าไปอีก
- เช็ดให้แห้งทันทีด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้าเนื้อนุ่มไม่มีขุย ซับเบาๆ อย่าถูแรง
ใช้เสียงไล่คราบและของเหลวที่ค้างในลำโพง
จุดที่คราบเหนียวชอบไปสะสมมากที่สุดคือช่องลำโพงและพอร์ตชาร์จ เพราะเป็นรูเล็กๆ ที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง เมื่อคราบไปเกาะตรงตะแกรงลำโพง เสียงมักจะอู้ เบาลง หรือฟังดูแตกพร่า
ให้เปิดแอป Eject Pro ซึ่งเป็นแอปฟรีไม่มีโฆษณา ทำงานด้วยการปล่อยคลื่นความถี่เสียงที่ปรับจูนมาเฉพาะเพื่อสั่นไล่ของเหลวและเศษคราบออกจากลำโพง ก่อนเปิดใช้งานให้หันด้านลำโพงลงพื้นเพื่อให้แรงโน้มถ่วงช่วยดึงของเหลวออกไปพร้อมกับแรงสั่นสะเทือน หลังจากเครื่องแห้งดีแล้ว ควรรันซ้ำอีกรอบเพื่อเช็กว่าเสียงกลับมาปกติจริงๆ
หากใช้กับหูฟังไร้สายหรือ AirPods ที่โดนของเหลวหกใส่ด้วย ให้เปิดเสียงในระดับปานกลางเท่านั้นขณะทดสอบใกล้หู เพื่อความปลอดภัยของหูตัวเอง
ผึ่งลมให้นานพอก่อนเสียบชาร์จ
แม้เครื่องจะดูแห้งจากภายนอกแล้ว ความชื้นในช่องพอร์ตหรือใต้ปุ่มกดอาจยังคงอยู่ ให้วางเครื่องไว้ในที่อากาศถ่ายเทดี ตั้งเครื่องให้พอร์ตชาร์จหันลงหรือเอียงเพื่อให้ความชื้นระบายออกได้เอง ปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อยหลายชั่วโมงก่อนคิดจะเสียบสายชาร์จ การรีบเสียบชาร์จทั้งที่ยังชื้นอยู่คือสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้เครื่องที่รอดมาได้เสียหายซ้ำในนาทีสุดท้าย
สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด และเมื่อไรควรพาไปให้ช่างตรวจ
- อย่าฝังเครื่องไว้ในถังข้าวสาร ข้าวสารดูดความชื้นจากอากาศได้บ้าง แต่ไม่สามารถดึงของเหลวที่ซึมลึกเข้าไปในเครื่องออกมาได้ แถมฝุ่นข้าวยังอาจหลุดเข้าไปอุดตันช่องต่างๆ เพิ่มอีก
- อย่าใช้ไดร์เป่าผมหรือความร้อนใดๆ เป่าเครื่อง เพราะความร้อนสามารถทำให้แบตเตอรี่เสียหายและอาจดันความชื้นให้ซึมลึกเข้าไปในตัวเครื่องมากขึ้น
- อย่าใช้ไม้จิ้มฟัน เข็ม หรือวัตถุแหลมใดๆ แคะเข้าไปในตะแกรงลำโพงหรือพอร์ตชาร์จ เสี่ยงทำให้ตะแกรงเสียหายหรือดันเศษสิ่งสกปรกให้ลึกเข้าไปอีก
- อย่าเสียบชาร์จหรือเปิดเครื่องทั้งที่ยังรู้สึกเปียกหรือชื้นอยู่ ให้รอจนมั่นใจว่าแห้งสนิทจริงๆ ก่อน
เพราะของเหลวที่มีน้ำตาลกัดกร่อนช้าๆ อยู่เบื้องหลัง การนำเครื่องไปให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจเช็คภายในจึงคุ้มค่ากว่ากรณีโดนน้ำเปล่าหกใส่มาก เพราะความเสียหายจากคราบสะสมมักโผล่มาให้เห็นหลังจากผ่านไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า หากปุ่มกดเริ่มฝืดหรือกดแล้วรู้สึกเหนียว เสียงลำโพงยังคงผิดเพี้ยนแม้เช็ดและไล่เสียงแล้วหลายรอบ หรือพอร์ตชาร์จเริ่มชาร์จติดๆ ดับๆ ควรพาเครื่องไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจดูภายในโดยเร็ว
ดาวน์โหลด Eject Pro ฟรี ไม่มีโฆษณา จาก App Store แล้วรันรอบไล่เสียงเพื่อเช็คว่าลำโพงกลับมาใสปกติดีแล้ว
ดาวน์โหลดบน App StoreFAQ
มือถือโดนกาแฟหกแล้วยังใช้งานต่อได้ไหม
ถ้าเช็ดคราบและทำให้แห้งอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้น เครื่องส่วนใหญ่จะกลับมาใช้งานได้ปกติ แต่ควรสังเกตอาการต่ออีกสักระยะ เพราะคราบน้ำตาลอาจกัดกร่อนช้าๆ และแสดงอาการทีหลัง
ต้องแช่มือถือในข้าวสารไหม
ไม่ควรทำ ข้าวสารดูดความชื้นได้จำกัดมากและไม่สามารถดึงของเหลวที่ซึมเข้าไปในเครื่องออกมาได้ แถมฝุ่นข้าวยังอาจหลุดเข้าไปอุดตันช่องลำโพงหรือพอร์ตเพิ่มอีก
ใช้ไดร์เป่าผมเป่าให้แห้งเร็วขึ้นได้ไหม
ห้ามใช้ ความร้อนจากไดร์เป่าผมอาจทำให้แบตเตอรี่เสียหายและดันความชื้นให้ซึมลึกเข้าไปในเครื่องมากกว่าเดิม ควรปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ
ต้องรอนานแค่ไหนก่อนเสียบชาร์จ
ควรผึ่งเครื่องในที่อากาศถ่ายเทดีอย่างน้อยหลายชั่วโมง และรอจนมั่นใจจริงๆ ว่าไม่มีความชื้นหลงเหลืออยู่ตามพอร์ตหรือปุ่มกด ก่อนเสียบสายชาร์จ
รู้ได้อย่างไรว่าต้องพาเครื่องไปให้ช่างตรวจ
หากปุ่มกดเริ่มฝืดหรือเหนียว เสียงลำโพงยังผิดเพี้ยนแม้เช็ดและไล่เสียงหลายรอบแล้ว หรือพอร์ตชาร์จเริ่มมีอาการชาร์จติดๆ ดับๆ ควรนำเครื่องไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจภายในโดยเร็ว เพราะเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมักทิ้งคราบกัดกร่อนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า