มือถือโดนกาแฟ น้ำอัดลม หรือน้ำผลไม้หกใส่ ทำอย่างไรดี

ถ้วยกาแฟล้มใส่มือถือ หรือแก้วน้ำอัดลมหกรดเครื่องตอนนั่งกินข้าวกับเพื่อน ความรู้สึกแรกคือใจหายวูบ แต่สิ่งที่ตามมาสำคัญกว่านั้นมาก เพราะของเหลวที่ไม่ใช่น้ำเปล่าอย่างกาแฟ ชา น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เบียร์ ไวน์ หรือแม้แต่นม มีน้ำตาลและกรดปนอยู่ ซึ่งพอแห้งแล้วจะทิ้งคราบเหนียวที่นำไฟฟ้าและกัดกร่อนชิ้นส่วนภายในได้แม้เครื่องจะดูแห้งสนิทแล้วก็ตาม

ข่าวดีคือถ้าตั้งสติและทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว โอกาสที่เครื่องจะรอดและกลับมาใช้งานได้ปกติมีสูงมาก บทความนี้จะพาไปทีละขั้น ตั้งแต่สิ่งที่ต้องทำทันที การเช็ดคราบอย่างปลอดภัย ไปจนถึงการใช้แอปอย่าง Eject Pro ช่วยไล่ของเหลวและเศษคราบที่ค้างอยู่ในลำโพงออกมา พร้อมบอกชัดๆ ว่าอะไรที่ไม่ควรทำเด็ดขาด

ทำไมกาแฟ น้ำหวาน หรือน้ำผลไม้ถึงร้ายกว่าน้ำเปล่า

น้ำเปล่าที่หกใส่เครื่องแล้วเช็ดแห้งทันเวลา ส่วนใหญ่จะระเหยไปเองโดยไม่ทิ้งร่องรอย แต่เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือกรดเป็นส่วนผสมนั้นต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เมื่อน้ำระเหยออกไป น้ำตาลและกรดจะไม่หายไปด้วย แต่จะตกตะกอนเป็นคราบเหนียวเคลือบอยู่ตามหน้าสัมผัสของแผงวงจร ขั้วต่อ และช่องลำโพง

ตั้งสติและลงมือทันทีในนาทีแรก

ความเร็วในช่วงแรกมีผลมากต่อผลลัพธ์สุดท้าย ยิ่งของเหลวมีน้ำตาลอยู่นาน คราบก็ยิ่งเกาะแน่นและซึมลึกมากขึ้น

เช็ดคราบให้ถูกวิธี ก่อนที่มันจะแห้งติดแน่น

ข้อนี้อาจฟังดูแปลก แต่เป็นหนึ่งในไม่กี่กรณีที่การเติมน้ำสะอาดเล็กน้อยดีกว่าปล่อยให้ของเหลวเดิมแห้งคาอยู่ เพราะเป้าหมายตอนนี้คือการล้างน้ำตาลและกรดออกจากผิวเครื่อง ไม่ใช่แค่เช็ดของเหลวทิ้ง

ใช้เสียงไล่คราบและของเหลวที่ค้างในลำโพง

จุดที่คราบเหนียวชอบไปสะสมมากที่สุดคือช่องลำโพงและพอร์ตชาร์จ เพราะเป็นรูเล็กๆ ที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง เมื่อคราบไปเกาะตรงตะแกรงลำโพง เสียงมักจะอู้ เบาลง หรือฟังดูแตกพร่า

ให้เปิดแอป Eject Pro ซึ่งเป็นแอปฟรีไม่มีโฆษณา ทำงานด้วยการปล่อยคลื่นความถี่เสียงที่ปรับจูนมาเฉพาะเพื่อสั่นไล่ของเหลวและเศษคราบออกจากลำโพง ก่อนเปิดใช้งานให้หันด้านลำโพงลงพื้นเพื่อให้แรงโน้มถ่วงช่วยดึงของเหลวออกไปพร้อมกับแรงสั่นสะเทือน หลังจากเครื่องแห้งดีแล้ว ควรรันซ้ำอีกรอบเพื่อเช็กว่าเสียงกลับมาปกติจริงๆ

หากใช้กับหูฟังไร้สายหรือ AirPods ที่โดนของเหลวหกใส่ด้วย ให้เปิดเสียงในระดับปานกลางเท่านั้นขณะทดสอบใกล้หู เพื่อความปลอดภัยของหูตัวเอง

ผึ่งลมให้นานพอก่อนเสียบชาร์จ

แม้เครื่องจะดูแห้งจากภายนอกแล้ว ความชื้นในช่องพอร์ตหรือใต้ปุ่มกดอาจยังคงอยู่ ให้วางเครื่องไว้ในที่อากาศถ่ายเทดี ตั้งเครื่องให้พอร์ตชาร์จหันลงหรือเอียงเพื่อให้ความชื้นระบายออกได้เอง ปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อยหลายชั่วโมงก่อนคิดจะเสียบสายชาร์จ การรีบเสียบชาร์จทั้งที่ยังชื้นอยู่คือสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้เครื่องที่รอดมาได้เสียหายซ้ำในนาทีสุดท้าย

สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด และเมื่อไรควรพาไปให้ช่างตรวจ

เพราะของเหลวที่มีน้ำตาลกัดกร่อนช้าๆ อยู่เบื้องหลัง การนำเครื่องไปให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจเช็คภายในจึงคุ้มค่ากว่ากรณีโดนน้ำเปล่าหกใส่มาก เพราะความเสียหายจากคราบสะสมมักโผล่มาให้เห็นหลังจากผ่านไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า หากปุ่มกดเริ่มฝืดหรือกดแล้วรู้สึกเหนียว เสียงลำโพงยังคงผิดเพี้ยนแม้เช็ดและไล่เสียงแล้วหลายรอบ หรือพอร์ตชาร์จเริ่มชาร์จติดๆ ดับๆ ควรพาเครื่องไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจดูภายในโดยเร็ว

ดาวน์โหลด Eject Pro ฟรี ไม่มีโฆษณา จาก App Store แล้วรันรอบไล่เสียงเพื่อเช็คว่าลำโพงกลับมาใสปกติดีแล้ว

ดาวน์โหลดบน App Store

FAQ

มือถือโดนกาแฟหกแล้วยังใช้งานต่อได้ไหม

ถ้าเช็ดคราบและทำให้แห้งอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้น เครื่องส่วนใหญ่จะกลับมาใช้งานได้ปกติ แต่ควรสังเกตอาการต่ออีกสักระยะ เพราะคราบน้ำตาลอาจกัดกร่อนช้าๆ และแสดงอาการทีหลัง

ต้องแช่มือถือในข้าวสารไหม

ไม่ควรทำ ข้าวสารดูดความชื้นได้จำกัดมากและไม่สามารถดึงของเหลวที่ซึมเข้าไปในเครื่องออกมาได้ แถมฝุ่นข้าวยังอาจหลุดเข้าไปอุดตันช่องลำโพงหรือพอร์ตเพิ่มอีก

ใช้ไดร์เป่าผมเป่าให้แห้งเร็วขึ้นได้ไหม

ห้ามใช้ ความร้อนจากไดร์เป่าผมอาจทำให้แบตเตอรี่เสียหายและดันความชื้นให้ซึมลึกเข้าไปในเครื่องมากกว่าเดิม ควรปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ

ต้องรอนานแค่ไหนก่อนเสียบชาร์จ

ควรผึ่งเครื่องในที่อากาศถ่ายเทดีอย่างน้อยหลายชั่วโมง และรอจนมั่นใจจริงๆ ว่าไม่มีความชื้นหลงเหลืออยู่ตามพอร์ตหรือปุ่มกด ก่อนเสียบสายชาร์จ

รู้ได้อย่างไรว่าต้องพาเครื่องไปให้ช่างตรวจ

หากปุ่มกดเริ่มฝืดหรือเหนียว เสียงลำโพงยังผิดเพี้ยนแม้เช็ดและไล่เสียงหลายรอบแล้ว หรือพอร์ตชาร์จเริ่มมีอาการชาร์จติดๆ ดับๆ ควรนำเครื่องไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจภายในโดยเร็ว เพราะเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมักทิ้งคราบกัดกร่อนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า