AirPods หรือหูฟังไร้สายโดนน้ำ ต้องทำอะไรก่อนถึงจะปลอดภัย

หูฟังเปียกน้ำจนใจหายวูบ ไม่ว่าจะเป็นเหงื่อตอนออกกำลังกาย ฝนตกกะทันหัน เผลอทำตกในอ่างน้ำ หรือลืมไว้ในกระเป๋ากางเกงแล้วโยนเข้าเครื่องซัก เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน และข่าวดีคือถ้าจัดการถูกวิธีตั้งแต่ 10-15 นาทีแรก หูฟังส่วนใหญ่มีโอกาสกลับมาใช้งานได้ปกติสูงมาก

บทความนี้จะพาไปทีละขั้น ตั้งแต่สิ่งที่ต้องทำทันที การผึ่งให้แห้งอย่างถูกวิธี ไปจนถึงวิธีไล่น้ำที่ค้างอยู่ในรูลำโพงด้วยเสียงความถี่แบบเบาๆ ปลอดภัยกับหูของคุณ พร้อมบอกชัดๆ ว่าอะไรที่ไม่ควรทำเด็ดขาดเพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลามไปกว่าเดิม

ทำไมน้ำถึงเป็นปัญหากับหูฟังไร้สาย

AirPods และหูฟังไร้สายรุ่นใหม่หลายรุ่นมีความสามารถกันเหงื่อและละอองน้ำในระดับหนึ่ง เช่นมาตรฐาน IPX4 แต่นั่นไม่เท่ากับกันน้ำแบบเต็มรูปแบบ ไม่มีรุ่นไหนในตลาดที่แช่น้ำได้จริงโดยไม่มีความเสี่ยง น้ำสามารถแทรกผ่านตะแกรงลำโพง ช่องรับเสียงไมโครโฟน และรอยต่อของตัวเครื่องได้ หากปล่อยความชื้นทิ้งไว้นานเกินไป อาจกัดกร่อนวงจรด้านในจนเสียงเพี้ยนหรือใช้งานไม่ได้

เคสชาร์จมักมีความเสี่ยงมากกว่าตัวหูฟังเอง เพราะมีจุดสัมผัสโลหะสำหรับส่งกระแสไฟเข้าไปชาร์จแบตเตอรี่ ถ้าจุดนี้ยังเปียกแล้วนำไปเสียบชาร์จทันที อาจเกิดสนิมที่หน้าสัมผัสหรือแม้แต่ไฟฟ้าลัดวงจรได้ในบางกรณี

ขั้นตอนแรกที่ควรทำทันทีที่รู้ตัวว่าเปียก

ช่วง 5-10 นาทีแรกสำคัญที่สุด เพราะเป็นตัวกำหนดว่าน้ำจะซึมเข้าไปลึกแค่ไหน ให้ทำตามนี้ก่อนอย่างอื่น

ผึ่งให้แห้งอย่างถูกวิธี

หลังเช็ดผิวนอกแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือปล่อยให้ความชื้นที่ซ่อนอยู่ด้านในระเหยออกไปเองอย่างเป็นธรรมชาติ

ไล่น้ำที่ค้างในรูลำโพงด้วยเสียงความถี่ระดับเบา

บางครั้งแม้เช็ดและผึ่งแล้ว ก็ยังมีหยดน้ำเล็กๆ ค้างอยู่ในรูตะแกรงลำโพงจนทำให้เสียงอู้หรือเบาลง วิธีที่ช่วยได้คือการเล่นคลื่นเสียงความถี่ที่ปรับมาเฉพาะเพื่อสั่นไล่หยดน้ำออกจากรูเล็กๆ เหล่านั้น

ข้อสำคัญที่สุดสำหรับหูฟังคือต้องใช้ระดับเสียงปานกลางเท่านั้น ห้ามเปิดดังสุดเด็ดขาด เพราะหูฟังอยู่ใกล้แก้วหูมากกว่าลำโพงมือถือทั่วไป Eject Pro เป็นแอปฟรีไม่มีโฆษณาที่มีโหมดสำหรับหูฟังโดยเฉพาะ ปรับความถี่และระดับเสียงให้เหมาะกับการไล่น้ำแบบปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงดังเกินไป

หลังรันโหมดไล่น้ำเสร็จ ให้เช็ดคราบน้ำที่ถูกดันออกมาด้วยผ้าแห้งอีกครั้งก่อนผึ่งต่อ

สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด

มีความเชื่อผิดๆ หลายอย่างที่คนมักทำตามกันเมื่อของโดนน้ำ ซึ่งกับหูฟังไร้สายอาจยิ่งทำให้เสียหายมากกว่าเดิม

รอนานแค่ไหนก่อนชาร์จ และเมื่อไหร่ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

โดยทั่วไปควรผึ่งให้แห้งสนิทอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนนำไปชาร์จหรือใช้งานต่อ ถ้ายังพอสังเกตเห็นไอน้ำเกาะอยู่ในเคสหรือรู้สึกชื้นอยู่ ให้ผึ่งต่ออีกสักพักโดยไม่ต้องรีบ

หากผ่านไปหลายวันแล้วยังพบว่าข้างใดข้างหนึ่งเสียงเบา อู้ หรือขาดหายไปหลังจากที่แห้งสนิทดีแล้ว หรือหูฟังผ่านการซักในเครื่องซักผ้าแบบเต็มรอบมา ควรหยุดใช้งานและให้ช่างผู้เชี่ยวชาญหรือศูนย์บริการตรวจสอบก่อนใช้งานต่อ กรณีที่หูฟังโดนน้ำทะเลหรือน้ำสระว่ายน้ำที่มีคลอรีนและเกลือ ยิ่งควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเป็นพิเศษ เพราะแร่ธาตุเหล่านี้กัดกร่อนวงจรได้เร็วกว่าน้ำสะอาดทั่วไป

ดาวน์โหลด Eject Pro แอปฟรีไม่มีโฆษณาจาก App Store แล้วลองเปิดโหมดไล่น้ำสำหรับหูฟังที่ระดับเสียงปานกลางสักรอบ ก่อนกลับมาฟังเพลงตามปกติ

ดาวน์โหลดบน App Store

FAQ

AirPods กันน้ำได้จริงไหม

AirPods และหูฟังไร้สายส่วนใหญ่กันเหงื่อและละอองน้ำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น เช่นมาตรฐาน IPX4 ไม่มีรุ่นไหนกันน้ำแบบเต็มรูปแบบ จึงควรหลีกเลี่ยงการแช่น้ำ พกเข้าห้องน้ำที่มีไอน้ำหนาแน่น หรือใส่ว่ายน้ำโดยเด็ดขาด

ใส่ข้าวสารช่วยไล่น้ำออกจากหูฟังได้จริงไหม

ไม่ช่วยเท่าที่หลายคนเข้าใจ ข้าวสารดูดความชื้นได้ช้าและเข้าไม่ถึงซอกเล็กๆ ในตัวหูฟัง แถมฝุ่นและเศษแป้งจากข้าวยังอาจหลุดเข้าไปอุดรูลำโพงจนเกิดปัญหาใหม่ ให้ผึ่งลมในที่โล่งแทนจะปลอดภัยกว่า

ต้องรอกี่ชั่วโมงก่อนนำหูฟังหรือเคสไปชาร์จ

ควรรอให้แห้งสนิทอย่างน้อย 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะจุดสัมผัสโลหะสำหรับชาร์จไฟ ถ้ายังพอสังเกตเห็นความชื้นหรือไอน้ำเกาะอยู่ ให้ผึ่งต่ออีกสักพักก่อนเสียบชาร์จทุกครั้ง

เคสชาร์จโดนน้ำเสียหายไหม

เคสชาร์จมีความเสี่ยงมากกว่าตัวหูฟังเอง เพราะมีจุดสัมผัสโลหะที่รับกระแสไฟโดยตรง หากยังเปียกแล้วนำไปเสียบชาร์จอาจทำให้เกิดสนิมที่หน้าสัมผัสหรือไฟฟ้าลัดวงจรได้ ให้เช็ดและผึ่งให้แห้งก่อนเสมอ

ทำไมหูฟังข้างหนึ่งเสียงเบาหรือขาดหายหลังโดนน้ำ

ส่วนใหญ่เกิดจากมีน้ำค้างอยู่ในรูตะแกรงลำโพง ลองเช็ดและผึ่งให้แห้งสนิทก่อน แล้วลองใช้โหมดไล่น้ำด้วยเสียงความถี่ระดับเบาช่วยอีกแรง หากผึ่งจนแห้งดีแล้วเสียงยังผิดปกติอยู่ ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนใช้งานต่อ