มือถือตกน้ำทะเลหรือสระคลอรีน รีบทำตามนี้ก่อนสนิมกัดเครื่อง
ถ้ามือถือเพิ่งตกทะเลตอนเล่นน้ำ หรือหลุดมือลงสระว่ายน้ำระหว่างว่ายเล่น อย่าเพิ่งตกใจไปมากกว่านี้ แต่ก็อย่าคิดว่าเหมือนตกน้ำก๊อกทั่วไป เพราะน้ำเค็มกับน้ำคลอรีนกัดกร่อนชิ้นส่วนโลหะข้างในได้เร็วกว่าน้ำจืดมาก และทิ้งคราบที่ยังนำไฟฟ้าได้ไว้แม้เครื่องจะแห้งแล้ว
ข่าวดีคือถ้าตั้งสติแล้วทำถูกขั้นตอนภายในไม่กี่นาทีแรก โอกาสที่เครื่องจะรอดและใช้งานได้ยาวๆ ก็ยังสูง บทความนี้จะพาทำทีละขั้น ตั้งแต่ปฐมพยาบาลเครื่อง ไปจนถึงวิธีใช้เสียงช่วยไล่น้ำออกจากลำโพงและไมค์ด้วยแอป Eject Pro
ทำไมน้ำทะเลกับน้ำสระถึงร้ายกว่าน้ำจืด
น้ำเปล่าหรือน้ำฝนที่หกใส่เครื่องนั้นแม้จะไม่ดี แต่ถ้าเช็ดให้แห้งเร็วก็มักไม่ทิ้งร่องรอย เพราะน้ำจืดแทบไม่นำไฟฟ้าและระเหยไปเฉยๆ ไม่เหลืออะไรไว้ข้างใน
แต่น้ำทะเลเต็มไปด้วยเกลือ ส่วนน้ำสระว่ายน้ำมีคลอรีนและสารเคมีฆ่าเชื้อผสมอยู่ ทั้งสองอย่างนี้นำไฟฟ้าได้ดีและมีฤทธิ์กัดกร่อนโลหะ เมื่อน้ำระเหยออกไป ผลึกเกลือหรือคราบคลอรีนจะยังเกาะอยู่บนแผงวงจร ขาคอนเน็กเตอร์ และหน้าสัมผัสต่างๆ
คราบที่ค้างอยู่นี้จะค่อยๆ กัดกร่อนโลหะและทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้แม้เวลาจะผ่านไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์แล้ว นี่คือเหตุผลที่เครื่องอาจใช้งานได้ปกติดีในวันแรก แต่ค่อยๆ มีอาการแปลกๆ ตามมาทีหลัง เช่น แบตหมดเร็วผิดปกติ ชาร์จไม่เข้า หรือจอกะพริบ
ปฐมพยาบาลทันที ก่อนทำอย่างอื่น
ช่วงไม่กี่นาทีแรกสำคัญที่สุด ทำตามลำดับนี้ให้เร็วแต่ไม่ต้องรีบจนลนลาน
- ยกเครื่องขึ้นจากน้ำทันที และปิดเครื่องทั้งหมด อย่าเปิดจอมาเช็คว่ายังใช้ได้ไหม เพราะไฟฟ้าที่ยังไหลอยู่ตอนเครื่องเปียกคือสาเหตุอันดับต้นๆ ของความเสียหายถาวร
- ถ้าเพิ่งโดนน้ำทะเลหรือน้ำสระ ให้เอาเครื่องไปล้างผ่านน้ำประปาหรือน้ำสะอาดจืดๆ เบาๆ สั้นๆ แค่ผิวนอกเครื่อง ไม่ต้องจุ่มแช่ วิธีนี้ช่วยล้างคราบเกลือหรือคลอรีนที่เกาะอยู่ออกไปก่อนที่มันจะแห้งค้างและกัดกร่อนต่อ
- ซับเครื่องให้แห้งด้วยผ้าสะอาดนุ่มๆ ทันทีหลังล้าง เช็ดรอบพอร์ตชาร์จ ลำโพง ไมค์ และปุ่มต่างๆ ให้ทั่ว
- วางเครื่องในที่มีอากาศถ่ายเทดี ตั้งพอร์ตชาร์จคว่ำลงหรือเอียงลงเล็กน้อยเพื่อให้น้ำที่เหลือค่อยๆ ไหลออกเอง
- ห้ามเสียบชาร์จโดยเด็ดขาดจนกว่าจะมั่นใจว่าเครื่องแห้งสนิทจริงๆ และผ่านไปอย่างน้อยหนึ่งวันเต็ม
ใช้เสียงช่วยไล่น้ำออกจากลำโพงและไมค์
หลังจากซับเครื่องแห้งด้านนอกแล้ว ขั้นต่อไปคือไล่น้ำที่แอบซ่อนอยู่ในรูลำโพงและไมค์ออกมา วิธีที่ปลอดภัยและได้ผลจริงคือใช้คลื่นเสียงความถี่ต่ำสั่นเอาน้ำออก แทนที่จะเป่าลมแรงๆ หรือจิ้มของแหลมเข้าไป
Eject Pro เป็นแอปฟรีบน App Store ไม่มีโฆษณา ออกแบบมาเพื่อเล่นความถี่เสียงที่ปรับจูนมาโดยเฉพาะ ทำให้หยดน้ำในรูลำโพงและไมค์สั่นสะเทือนจนหลุดออกมาได้เอง
- เปิดแอป Eject Pro แล้วเลือกโหมดไล่น้ำสำหรับลำโพงหรือไมค์ตามจุดที่สงสัยว่ามีน้ำค้าง
- วางมือถือโดยหันด้านลำโพงลงพื้น เอียงเล็กน้อยเพื่อให้แรงโน้มถ่วงช่วยดึงน้ำออกทางเดียวกับที่เสียงสั่น
- เปิดระดับเสียงให้ดังพอสมควรตามที่แอปแนะนำ เพื่อให้แรงสั่นสะเทือนเพียงพอที่จะดันน้ำออก
- ทำซ้ำได้หลายรอบ สลับพลิกด้านหรือเช็ดซับน้ำที่ไหลออกมาระหว่างรอบด้วยผ้าแห้ง
ถ้าใช้กับหูฟังหรือ AirPods ที่โดนน้ำทะเลหรือน้ำสระมาด้วย ให้เปิดระดับเสียงแค่พอประมาณเท่านั้นเมื่อทดสอบใกล้หู ไม่ควรเปิดดังสุดใกล้รูหู เพราะอาจกระทบการได้ยินได้
ทำวิธีนี้แล้วก็ยังควรพาไปให้ช่างตรวจ
แม้เครื่องจะเปิดติด หน้าจอทำงานปกติ และดูเหมือนไม่มีอะไรผิดสังเกตหลังทำตามขั้นตอนข้างต้น ก็ยังแนะนำให้พาไปให้ช่างหรือศูนย์บริการตรวจสภาพภายในอีกครั้ง เพราะความเสียหายจากสนิมเกลือหรือคลอรีนมักไม่แสดงอาการทันที
ความชื้นสะสมกับคราบเกลือสามารถกัดกร่อนแผงวงจรอย่างช้าๆ และแสดงอาการออกมาหลังผ่านไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์ เช่นแบตเตอรี่บวม พอร์ตชาร์จเสีย หรือเครื่องดับเองโดยไม่มีสาเหตุ การตรวจเช็คตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยจับปัญหาได้ก่อนที่จะลุกลามและซ่อมยากขึ้น
สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด
มีความเชื่อผิดๆ หลายอย่างเกี่ยวกับการช่วยมือถือที่ตกน้ำ ซึ่งบางวิธีไม่ได้ช่วยอะไรเลยด้วยซ้ำ หรือแย่กว่านั้นคือทำให้เครื่องเสียหายเพิ่ม
- อย่าฝังเครื่องในถังข้าวสาร ข้าวสารดูดความชื้นได้ช้ามาก แถมฝุ่นแป้งจากเมล็ดข้าวอาจเข้าไปอุดตันพอร์ตชาร์จหรือรูลำโพงเพิ่มอีก
- อย่าใช้ไดร์เป่าผมหรือความร้อนใดๆ อบเครื่อง เพราะความร้อนอาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้นหรือบวม และยังดันความชื้นให้แทรกลึกเข้าไปในตัวเครื่องมากกว่าเดิม
- อย่าเสียบชาร์จหรือเปิดเครื่องทดสอบซ้ำๆ ทั้งที่ยังไม่แน่ใจว่าแห้งสนิท เพราะกระแสไฟที่ไหลผ่านจุดที่ยังเปียกหรือมีคราบเกลือคือสาเหตุลัดวงจรอันดับหนึ่ง
- อย่าเขย่าแรงๆ หรือทุบเครื่องเพื่อไล่น้ำ เพราะแรงกระแทกอาจทำให้ชิ้นส่วนภายในหลุดหรือชำรุดเพิ่ม
- อย่าฉีดสเปรย์หรือน้ำยาทำความสะอาดใดๆ ที่ไม่ได้ระบุว่าใช้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ ลงบนพอร์ตหรือช่องต่างๆ ของเครื่อง
ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าตามแก้ทีหลัง
ถ้ารู้ตัวว่าต้องอยู่ใกล้น้ำทะเลหรือสระว่ายน้ำบ่อยๆ การป้องกันล่วงหน้าช่วยประหยัดทั้งเงินและความปวดหัวได้มาก
- พกซองกันน้ำแบบรูดล็อกหรือเคสกันน้ำที่ได้มาตรฐานเมื่อต้องเล่นน้ำทะเลหรือว่ายน้ำใกล้เครื่อง
- วางมือถือให้ห่างจากขอบสระหรือแนวคลื่นเสมอ อย่าวางไว้บนขอบสระหรือเสื่อชายหาดที่คลื่นซัดถึงได้
- ถ้าต้องถ่ายรูปหรือรับสายระหว่างเล่นน้ำ ใช้เคสกันน้ำติดตัวแทนการถือเครื่องเปล่าใกล้น้ำ
- ตรวจสอบยางกันน้ำของเคสหรือฝาปิดพอร์ตต่างๆ เป็นระยะ เพราะยางเสื่อมสภาพจะกันน้ำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเหมือนตอนใหม่
ดาวน์โหลด Eject Pro ฟรี ไม่มีโฆษณา แล้วลองรันรอบไล่น้ำเบาๆ ดูสักครั้ง เผื่อยังมีน้ำเค็มหรือคลอรีนหลงเหลืออยู่ในลำโพงหรือไมค์
ดาวน์โหลดบน App StoreFAQ
มือถือตกน้ำทะเลแล้วยังใช้งานได้ปกติ แปลว่าปลอดภัยแล้วใช่ไหม
ยังบอกไม่ได้แน่นอน เกลือทำให้เกิดสนิมและคราบนำไฟฟ้าที่กัดกร่อนแผงวงจรอย่างช้าๆ เครื่องอาจใช้งานได้ดีไปอีกหลายวันก่อนจะเริ่มมีอาการ เช่น จอกระพริบ แบตเสื่อมเร็ว หรือชาร์จไม่เข้า ทางที่ดีควรให้ช่างตรวจสภาพภายในไว้ก่อน
ต้องล้างมือถือด้วยน้ำจืดจริงหรือ ฟังดูเสี่ยงทำให้น้ำเข้ามากขึ้น
สำหรับกรณีโดนน้ำทะเลหรือน้ำสระคลอรีนเท่านั้น การรินน้ำจืดสะอาดผ่านตัวเครื่องเบาๆ สั้นๆ ครั้งเดียวจะช่วยล้างคราบเกลือหรือคลอรีนที่เกาะอยู่ภายนอกและตามร่องต่างๆ ออกไป ก่อนที่มันจะแห้งตัวและกลายเป็นคราบนำไฟฟ้าถาวร ไม่ใช่การแช่หรือจุ่มแรงๆ และทำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
เอามือถือแช่ข้าวสารทั้งคืนช่วยดูดความชื้นได้จริงไหม
ไม่ช่วยและไม่แนะนำ เม็ดข้าวหรือฝุ่นแป้งอาจหลุดเข้าไปอุดตันช่องลำโพง ไมค์ หรือพอร์ตชาร์จ ทำให้ปัญหาหนักขึ้นกว่าเดิม ทางที่ดีคือเช็ดแห้งด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ วางในที่มีอากาศถ่ายเทและใช้ซิลิกาเจลแทน
เป่าหรือผึ่งมือถือด้วยไดร์เป่าผมได้ไหม
ไม่ควรทำ ความร้อนจากไดร์เป่าผมอาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้นหรือบวม และยังดันความชื้นให้แทรกลึกเข้าไปในตัวเครื่องมากกว่าเดิม ให้ใช้ลมเย็นจากพัดลมหรือปล่อยผึ่งลมธรรมชาติแทน
ใช้ Eject Pro ไล่น้ำออกจากมือถือที่โดนน้ำทะเลได้เลยไหม
ใช้ได้หลังจากล้างคราบด้วยน้ำจืดและเช็ดเครื่องแห้งสนิทแล้ว Eject Pro จะปล่อยคลื่นเสียงความถี่เฉพาะเพื่อช่วยไล่หยดน้ำที่ค้างอยู่ในช่องลำโพงและไมค์ออกมา แต่ควรทำเพิ่มเติมจากการตรวจสภาพเครื่อง ไม่ใช่ใช้แทนกัน